ควรมีทุนประกันชีวิตเท่าไร? พร้อมวิธีคำนวณทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม

ควรมีทุนประกันชีวิตเท่าไร? วิธีคำนวณที่เหมาะสมกับคุณ

การตั้งคำถามว่า "ควรทำทุนประกันเท่าไร" คือจุดเริ่มต้นที่ดีของการวางแผนการเงินครับ ทุนประกันที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับเบี้ยที่อยากจ่าย แต่ควรคำนวณจาก "มูลค่าความเสี่ยง" 4 ด้านหลักๆ ตามหลักการวางแผนการเงินสากล ดังนี้ครับ

1. ทุนประกันเพื่อคุ้มครองหนี้สิน (Debt Protection)

คือการทำทุนประกันให้เพียงพอกับหนี้สิน เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทรัพย์สินจะตกเป็นของครอบครัว ส่วนหนี้สินจะถูกเคลียร์ทิ้งทั้งหมดโดยไม่ต้องผลักภาระให้คนข้างหลัง

หลักการวางแผน: ควรมีทุนประกัน 100% ของยอดหนี้สินคงเหลือทั้งหมด (หรืออย่างน้อยที่สุด ต้องครอบคลุมหนี้สินสำคัญก้นใหญ่ เช่น บ้านที่ช้อยู่อาศัย หรือ หนี้ธุรกิจที่ไว้สร้างรายได้)
กรณีตัวอย่าง: นาย A และ นาง B กู้ร่วมซื้อบ้าน มีหนี้สินรวม 10 ล้านบาท ทั้งคู่ควรทำทุนประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อคนละ 5 ล้านบาท (ตามสัดส่วนความรับผิดชอบ) เพื่อรักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้ลูกๆ แม้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะจากไปก่อนวัยอันควร

2. ทุนประกันเพื่อคุ้มครองรายได้ (Income Protection)

สำหรับหัวหน้าครอบครัว หากคุณไม่อยู่ รายได้จะกลายเป็นศูนย์ทันที แต่ค่าใช้จ่ายของครอบครัว (ค่ากินอยู่, ค่าเทอมลูก, ค่าน้ำไฟ) ยังคงเดินหน้าต่อไป ทุนประกันส่วนนี้คือ "เวลา" ที่คุณซื้อไว้ให้ครอบครัวได้ตั้งหลัก

หลักการวางแผน: ควรมีทุนประกันเท่ากับ 5 - 10 เท่า ของค่าใช้จ่ายรายปี (สูตร: ค่าใช้จ่ายครอบครัวต่อเดือน x 12 เดือน x 5 ถึง 10 ปี)
กรณีตัวอย่าง: นาย C มีค่าใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละ 50,000 บาท (ปีละ 600,000 บาท) เขาควรทำทุนประกันอย่างน้อย 3,000,000 บาท เพื่อให้ภรรยาและลูกมีเงินใช้จ่ายต่อไปได้อย่างน้อย 5 ปีเต็มโดยไม่สะดุด

Q&A: หากคำนวณแล้วทุนประกันสูงมากจนจ่ายเบี้ยไม่ไหว ควรทำอย่างไร?

คำแนะนำคือ อย่าเพิ่งลดความคุ้มครองลงจนต่ำกว่าความเสี่ยงจริง แต่ให้เปลี่ยนไปใช้ "เครื่องมือ" ที่เบี้ยต่ำแต่ได้ทุนสูง เช่น ประกันแบบชั่วระยะเวลา (Term), ประกันควบการลงทุน (Unit Linked) หรือ ประกันแบบตลอดชีพ (Whole Life) เพื่ออุดความเสี่ยงให้ครบก่อนเป็นอันดับแรก

3. ทุนประกันคุ้มครองการเจ็บป่วยและโรคร้ายแรง (Health & CI)

การเจ็บป่วยหนักไม่เพียงแต่มีค่ารักษาพยาบาลที่สูงลิ่ว แต่ยังทำให้คุณ "สูญเสียความสามารถในการทำงานชั่วคราวหรือถาวร" เงินก้อนจากโรคร้ายแรงคือสภาพคล่องที่ช่วยให้คุณพักฟื้นได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย

หลักการวางแผน (สำหรับโรคร้ายแรง): ควรมีเงินก้อนคุ้มครอง 3 - 5 เท่า ของค่าใช้จ่ายต่อปี เพราะการรักษาโรคร้ายแรงมักใช้เวลาพักฟื้นและปรับตัวเฉลี่ย 3-5 ปี กว่าจะกลับไปทำงานได้ตามปกติ

กรณี 3.1: ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล (IPD/OPD)

นาย D มีสวัสดิการบริษัทจำกัด เมื่อต้องผ่าตัดใหญ่หลักแสน ประกันสุขภาพเหมาจ่ายส่วนตัวจะเข้ามารับหน้าที่จ่ายส่วนเกินทั้งหมด ทำให้เงินเก็บทั้งชีวิตของนาย D ไม่รั่วไหล

กรณี 3.2: ความคุ้มครองเงินก้อนโรคร้ายแรง (Critical Illness)

นางสาว E มีรายได้ปีละ 1 ล้านบาท ตรวจพบมะเร็งระยะลุกลามต้องหยุดทำงาน 2 ปีเต็ม ทุนประกันโรคร้ายแรง 3 ล้านบาท (3 เท่าของรายได้) ที่เธอทำไว้ จะถูกจ่ายเป็น "เงินสด" ให้เธอใช้จ่ายและดูแลตัวเองในช่วงที่ขาดรายได้ โดยไม่ต้องเป็นภาระใคร

4. ทุนประกันเพื่อวางแผนมรดก (Estate Planning)

ประกันชีวิตคือเครื่องมือเดียวที่สามารถ "สร้างมรดกเงินสดได้ทันทีตั้งแต่วันแรก" ข้ามขั้นตอนความยุ่งยากของศาล และส่งมอบให้ผู้รับผลประโยชน์ได้โดยตรง (ได้รับการยกเว้นภาษีมรดกตามเงื่อนไขของกฎหมาย)

กรณี 4.1: สร้างมรดกจากศูนย์

คุณ F พึ่งเริ่มสร้างครอบครัวและยังไม่มีทรัพย์สินชิ้นใหญ่ เขาใช้เงินเพียงหลักหมื่นต้นๆ เพื่อซื้อประกันชีวิตทุน 2 ล้านบาท การันตีทันทีว่าหากเกิดอะไรขึ้น ลูกจะมีเงินก้อน 2 ล้านบาทเป็นทุนการศึกษาแน่นอน

กรณี 4.2: การทวีค่าเงิน (Wealth Leverage) เพื่อการเกษียณ

คุณ G มีเงินสด 10 ล้านตั้งใจจะเก็บไว้ให้ลูก แต่ทำให้ตัวเองไม่กล้าใช้เงินเกษียณ เขาจึงย้ายเงิน 5 ล้านมาจ่ายเบี้ยประกันแบบ AIA Legacy Prestige เพื่อสร้างกองทุนมรดก 10 ล้านบาทเท่าเดิมให้ลูก ผลลัพธ์คือ คุณ G มีเงินสดอีก 5 ล้านบาทปลดล็อคไว้ใช้จ่ายตักตวงความสุขให้ตัวเองอย่างสบายใจ
iAgencyAIA.com

ตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ที่คุณไว้วางใจ

สอบถาม / รับข้อเสนอพิเศษ

ประเมินเบี้ย และ ปรึกษา ฟรี

ติดต่อผ่าน LINE: @iAgencyAIA

ดูแลอย่าง "จริงใจ ลงมือ อยู่ด้วยกัน" มั่นใจเรื่องบริการหลังการขาย


ผู้บริหารหน่วย ตัวแทน เอไอเอ อาทิตย์ สกุลเสาวภาคย์กุล
อาทิตย์ สกุลเสาวภาคย์กุล CFP®, FChFP, MDRT Life Member
ตัวแทนประกันชีวิต และ ที่ปรึกษาทางการเงิน iAgencyAIA
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมควรซื้อประกันสุขภาพ แนบสัญญาประกันชีวิตที่คุ้มครองยาว?
1. ต่อประกันสุขภาพได้ระยะยาว 2. ประกันสุขภาพไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน 3. ระยะเวลารอคอย (Wating Period) 4. ประวัติสุขภาพในอนาคต
ประกันชีวิต ไม่คุ้มครอง และ ไม่จ่ายกรณีไหนบ้าง
รวม 5 สาเหตุที่ประกันชีวิตไม่จ่าย: ปกปิดข้อมูลสุขภาพ, ฆ่าตัวตาย, ถูกฆาตกรรมโดยผู้รับผลประโยชน์, กรมธรรม์ขาดอายุ และความเข้าใจผิดเรื่องสิทธิสวัสดิการ
ควรส่งเบี้ยประกันปีละเท่าไร? ถึงเหมาะสม
แนวทางการคำนวณเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพที่เหมาะสมกับรายได้ แบ่งตามวัตถุประสงค์: ความคุ้มครอง, สะสมทรัพย์, Unit Linked และมรดก เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้